[Fic Gazette] Flavor of Life
posted on 21 Mar 2007 00:55 by jenovalentine in Download, Fiction, J-ROCKเอามาลงยั่วน้ำลายกันหน่อย...
*ขอบคุณไอ้คุณสาระมีมากมายที่ช่วยเรื่องนั้น*
--------------------------------------------------------------------------------
Title : Flavor of Life
Author : Jenovalentine
Characters : the GazettE
--------------------------------------------------------------------------------
ท่ามกลางความเงียบสงบในยามวิกาลในย่านชานเมืองโตเกียว เสียงของกลองชุดที่ถูกรัวกระหน่ำเป็นท่วงทำนองที่หนักแน่น และรุนแรงกลับดังกระหึมไปทั้งห้องซ้อมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นัก โชคดีที่ห้องซ้อมนี้ถูกสร้างเป็นห้องเก็บเสียงที่ดี ไม่งั้นชาวบ้านแถวนั้นคงได้ตื่นขึ้นมาต่อว่ามือกลองคนนี้ที่กำลังรัวกลองอย่างไม่ยั้งมือคนนี้เป็นแน่แท้
... เสียงกลองเงียบลงไปพักใหญ่ ๆ หลังจากที่ท่วงทำนองที่หนักแน่น รุนแรงของเพลงแรกได้จบลง โน้ตเพลงที่ถูกวางไว้ใกล้ ๆ กลองได้ถูกหยิบขึ้นมาก่อนจะถูกโยนลงกับพื้นราวกับสิ่งของไร้ค่า ไม่ทันที่โน้ตเพลงจะตกลงถึงพื้นเสียงกลองขึ้นต้นเพลงใหม่ก็ดังขึ้น ทั้ง ๆ ที่ยังคงเป็นท่วงทำนองที่หนักแน่นและรุนแรงไม่ต่างจากเพลงแรก แต่ลึก ๆ แล้วกลับแฝงไปด้วยความโศกเศร้า แต่ไม่ทันทีเขาจะเล่นได้จบเพลง มือที่เคยจับไม้กลองอย่างถนัดมือกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง และสั่นเทา ไม้กลองที่เคยอยู่ในมือได้ร่วงหล่นลงกระทบพื้นก่อนที่ร่างของชายหนุ่มมือกลองจะทรุดตัวลงกับกลองตรงหน้า น้ำใส ๆ ค่อย ๆ ไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทอย่างไม่ได้ตั้งใจ
กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำเอาร่างบางที่เผลอหลับไปกับโต๊ะสะดุ้งตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์
สายแล้วนะ ปลายสายพูดขึ้นเมื่อร่างบางนั้นรับโทรศัพท์
ขอโทษนะรูกิ พอดีฉันเพิ่งตื่นน่ะ ร่างบางว่าก่อนค่อย ๆ ลุกออกจากเก้าอี้เดินตรงไปยังห้องน้ำ
อะไรกันไค ปกตินายไม่เคยตื่นสายเลยนะ ไม่รู้ละรีบ ๆ ออกมาด้วยแล้วกัน รูกิว่าก่อนจะตัดสายทิ้งไป
ไคที่เดินเข้าห้องน้ำมาจู่ ๆ ก็หันหน้าไปมองกระจกพรางมองหน้าของตัวเอง แล้วก็หันกลับอย่างรวดเร็วราวกับเห็นอะไรที่ไม่อยากเห็น
... ไคนิ่งเงียบไม่พูดอะไรแต่ค่อย ๆ หันหน้ากลับไปมองที่กระจกอีกครั้งหนึ่ง ใบหน้าของเขาแลดูแปลกไป ทั้ง ๆ ที่ปกติเขามักจะตื่นขึ้นมายิ้มให้กับตัวเองและเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดใส แต่วันนี้ใบหน้าของเขากลับแลดูเศร้าสร้อยผิดจากปกติ
นัยน์ตาที่เคยได้รับคำชมว่าเป็นนัยน์ตาที่สวยงามกลับดูหม่นหมอง และมีร่องรอยของการร่ำไห้มาตลอดทั้งคืน อะไรที่ทำให้ใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนไป ไม่มีใครรู้นอกจากตัวของเขาเอง
-*-*-*-*-*-*-
ขอโทษนะรูกิ ไคที่เพิ่งจะมาถึงที่นัดผงกหัวขอโทษที่ทำให้รูกิต้องรอ
เออ... ช่างมันเถอะ เรารีบไปจากตรงนี้กันดีกว่า ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว รูกิว่าพรางเดินนำหน้าไคไปยังร้านคอฟฟี่ช๊อปเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากจุดนัดพบมากนัก
รูกิเดินนำไคเข้ามายังโต๊ะเล็ก ๆ ที่อยู่มุมในสุดของร้านพรางทิ้งตัวลงนั่งอย่างสบายอารมณ์
เอามันออกมาด้วยหรือเปล่า รูกิเอ่ยถามไคพรางแบมือเหมือนจะขออะไรสักอย่างจากคนตรงหน้า
เอามาสิ... นายเองก็เหมือนกันเอามันมาหรือเปล่า ไคเอ่ยพรางส่งซองกระดาษสีน้ำตาลอ่อนให้กับรูกิ
แน่นอนอยู่แล้ว รูกิว่าพรางส่งซองสีน้ำตาลอ่อนแบบเดียวกับของไคให้
ทั้งรูกิและไคต่างนิ่งเงียบและบรรจงค่อย ๆ เปิดซองที่ได้รับมาออกอย่างเบามือ แต่จู่ ๆ รูกิก็หยุดมือและวางซองลงกับโต๊ะโดยที่ยังไม่ได้ดูของข้างในด้วยซ้ำไป
ไม่คิดจะเปิดออกดูหน่อยหรอ ไคเอ่ยถามเมื่อเห็นรูกินั่งเหม่อมองไปยังพนักงานสาว ๆ ในร้าน
ฉันเชื่อฝีมือนาย รูกิพูดทั้ง ๆ ที่สายตายังคงเอาแต่มองสาว ๆ ในร้าน
ตามใจนายแล้วกัน ไคพูดพรางหยิบกระดาษในซองขึ้นมาจ้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แก้โน้ตท่อนแรก ๆ ไปนิดหน่อยน่ะ แต่ท่อนสุดท้ายยังคิดไม่ได้ รูกิพูดเมื่อเห็นไคนั่งจ้องโน้ตกลองที่เขาเขียนตาไม่กระพริบ
นายไม่คิดว่าโน้ตตอนต้นเพลงมันเยอะไปหน่อยหรอ ไคเอ่ยพรางชี้ไปช่วงโน้ตที่ถูกเขียนขึ้นเรียงเป็นทางยาวไปตามหน้ากระดาษ
นายตีได้อยู่แล้ว บอกแล้วไงฉันเชื่อฝีมือนาย รูกิพูดพรางหยิบซองกระดาษที่ได้จากไคขึ้นมาเปิดดูบ้าง
กดดันกันชัด ๆ ไคเอ่ยพรางนั่งจ้องโน้ตเพลงต่อไป
เพลงที่สื่อความหมายถึงความโดดเดี่ยวสินะ ไม่เลวนี้ รูกิพูดขึ้นขณะที่นั่งอ่านเนื้อเพลงที่ได้มาจากไค
ความกลัวที่เกิดการถูกหักหลังและการถูกทอดทิ้งตะหาก ไคเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าสร้อย แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกข้างใน
... งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่นี้ที่เวลาเดิมนะ อย่าสายแบบวันนี้ล่ะ รูกินั่งจ้องหน้าไคอย่างเงียบ ๆ ไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยนัดไคพรางเก็บเนื้อเพลงลงซองและลุกเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ไคนั่งอยู่ในร้านเพียงลำพัง
เฮ้อ... แล้วใครกันล่ะ บังคับขู่เข็ญให้ฉันแต่งเพลงให้ ทั้ง ๆ ที่ฉันก็บอกแล้วว่าไม่ถนัด จนฉันไม่ได้หลับได้นอน ไคคิดพรางเก็บโน้ตเพลงลงในซองและลุกเดินออกจากร้านไป
อ้าว... ไค เสียงหนึ่งที่คุ้นหูเอ่ยทักขึ้นจากข้างหลังทำให้ไคต้องหันกลับไปมอง
อุรุฮะ... นายมาทำอะไรแถวนี้เนี้ย ไคเอ่ยถาม
กะว่าจะมาหาอะไรกินสักหน่อยหลังจากไปรับเจ้า เด็กดื้อ มาจากร้านน่ะ อุรุฮะพูดพรางชี้นิ้วไปยังกีต้าร์ตัวเก่งที่เขาเรียกมันว่า เด็กดื้อ ที่เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะเอาไปให้ที่ร้านพ่นสีให้ใหม่
งั้นก็ดีเลย เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า ไคเอ่ยชวนอุรุฮะพรางเดินนำอุรุฮะไปตามทางถนนเพื่อหาร้านอาหาร
เอาสิ... เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง อุรุฮะพูดพรางเดินตามไคไปติด ๆ
-*-*-*-*-*-*-
เฮ้อ... ไคถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับเตียงทันทีที่กลับถึงห้อง
นี่เราทำอะไรของเรากันอยู่เนี่ย ไคพูดกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นหยิบโน้ตเพลงที่ได้จากรูกิขึ้นมานั่งดูอีกครั้ง
ทั้ง ๆ ที่ปกติโน้ตเพลงแผ่นนี้มันน่าจะเป็นหน้าที่ของเขา แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องไปแต่งเนื้อเพลงแทนรูกิไปเสียอย่างนั้น ขนาดเขาพยายามปฏิเสธแทบเป็นแทบตายยังไงรูกิก็ยังคงหาเหตุผลสารพัดมาอ้างและมอบหน้าที่แต่งเนื้อให้กับไคจนได้ แถมยังกำชับอีกว่าต้องแต่งให้เป็นเพลงเศร้า ๆ นั้นแหละที่ทำให้ไคนั่งปวดหัวได้เป็นวัน ๆ
-*-*-*-*-*-*-
ว้าว... วันนี้มาเร็วน่าดูเลยแฮะ รูกิที่เดินเข้ามาในร้านคอฟฟี่ช๊อปเห็นไคนั่งรออยู่ที่โต๊ะตัวในสุดก็รีบเดินเข้าไปหาพรางแซวไคที่นั่งจิบกาแฟไปเรื่อย ๆ อย่างสบายอารมณ์
เอ้า... โน้ตฉันแต่งท่อนจบให้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่มั่นใจนักหรอกนะว่ามันจะเข้ากับเนื้อเพลงน่ะ ไคเอ่ยพรางส่งซองสีน้ำตาลอ่อนให้กับรูกิ
โอเค... เดี๋ยวฉันจะดูให้แล้วกัน รูกิพูดพรางรับซองกระดาษจากไคมาเก็บลงในกระเป๋าของตัวเอง
งั้นฉันกลับได้แล้วใช่ไหม ไคเอ่ยพรางทำท่าจะลุกออกจากโต๊ะไป
เดี๋ยวสิ... ฉันอยากให้นายช่วยร้องคอรัสเพลงนี้ให้ด้วยน่ะ รูกิเอ่ยพรางส่งซองเนื้อเพลงให้กับไค ทำเอาไคส่ายหน้าไปมาด้วยความเบื่อหน่าย
ได้โปรดไค... ฉันไม่รู้จะไปให้ใครคอรัสให้แล้วนอกจากนาย ให้อีก 3 ตัว(?)ที่เหลือคอรัสละก็มันต้องล่มแน่ ๆ รูกิว่าพรางส่งสายตาอ้อนสุดฤทธิ์ใส่ไค
เฮ้อ... ฉันอีกแล้วนะ ไคถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบ่นใส่รูกิ แต่ทว่ามือก็ยังรับซองเนื้อเพลงมาจากรูกิอยู่ดี
รักนายจริง ๆ เลยไค รูกิพูดพรางกระโดดกอดเพื่อนรักตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี
ฉันก็เห็นนายรักไปทั่วแหละ... นี่รูกิขอถามอะไรสักอย่างสิ ไคเอ่ยพรางผลักร่างเล็ก ๆ ของรูกิออก
ถาม... ถามว่าฉันรักใครที่สุดใช่ไหม... ฉันรักนายที่สุดจริง ๆ นะไค รูกิที่ไม่สนใจเลยว่าไคจะถามอะไรพูดออกไปอย่างไม่ได้คิดหน้าคิดหลังเลยแม้แต่น้อย
ไม่ใช่(เว้ย)!! ไคที่เริ่มชักจะหมดความอดทนกับรูกิเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อยทำเอารูกิลงไปนั่งอย่างเรียบร้อยด้วยความกลัวว่าไคจะไม่ยอมคอรัสให้
ฉันจะถามว่า... ทำไมคราวนี้นายมาแต่งเนื้อเพลงพร้อม ๆ กับทำนองซะล่ะ ไคเอ่ยถาม
มันเป็นเรื่องน่าแปลกจริง ๆ เพราะปกติแล้วไม่รูกิแต่งเนื้อเพลงขึ้นมาก่อนก็จะเป็นพวกไคที่เอาทำนองไปให้รูกิใส่เนื้อเพลง แต่คราวนี้จู่ ๆ รูกิก็บอกให้แต่ละคนไปแต่งกันขึ้นมาเองแล้วรับหน้าที่คอยขัดเกาให้มันเข้ากัน ยกเว้นไคที่ต้องไปแต่งเนื้อเพลง และตัวรูกิจะเป็นคนแต่งโน้ตกลองเองสลับกัน
เปล่าหรอก... ก็แค่อยากให้เพลงนี้มันเป็นเพลงที่ทุกคนแชร์ความคิดกันมากที่สุดก็แค่นั้นแหละ รูกิตอบแบบง่าย ๆ ทำเอาไคส่ายหน้าไปมาช้า ๆ อย่างกับว่ารู้ทันในคำตอบของรูกิ
ฉันว่ามันยุ่งยาก ไคเอ่ยพรางนั่งลงกับเก้าอี้อีกครั้งหนึ่ง
เอาน่า ช่วงนี้พวกเรามันมีเวลาว่างมากเกินไป ทำอะไรยุ่งยาก ๆ แก้เซ็งมันก็ไม่เลวนะ เย็นนี้จะโทรไปบอกข่าวดีนะจ๊ะที่รัก รูกิพูดพรางลุกขึ้นจากโต๊ะเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ไคอยู่ในร้านตามลำพัง (อีกแล้ว)
ใครเป็นที่รักนายกัน ไคบ่นตามหลังรูกิที่เดินออกจากร้านไปพรางลุกขึ้นไปจ่ายเงินค่ากาแฟที่เคาเตอร์และเดินออกจากร้านเพื่อกลับไปที่ห้องของตัวเอง
To be con...
ขอสครีมแตกกับอะไรบางอย่าง
1 ประโยคกับ 1 วินาที
ใครเป็นคนรีเควสให้พี่แกพูดกันนะ
(ขอกอดสักทีเถอะ)
เล่นเอาคนฟังหัวใจจะวายตายคาคอมอยู่แล้ว รู้ไหม?
๐(>///<")๐
อัพโหลดให้ฟังกันเอาเอง
(อัพลง YSI นะครับ7 วันเท่านั้น ไม่มาโหลด ไม่มีอัพใหม่ กร๊ากส์)
* Thanks Hikaru.Niwa in Batsu Board*
>> จิ้มสิ<<
*scream*
























